แม่ฮ่องสอน

แม่ฮ่องสอน จังหวัดที่มีประชากรยากจนที่สุดแต่มีความสุขมากที่สุดในประเทศไทย 

เมืองเล็กๆ ที่โอบล้อมด้วยภูเขาสูงสลับซับซ้อนและมีหมอกปกคลุมตลอดทั้งปี จึงได้ชื่อว่าเป็น เมืองสามหมอก หรือ เมืองหมอกสามฤดู ดินแดนที่มีความแปลกตาทั้งด้านธรรมชาติ สถาปัตยกรรม วิถีชีวิตของผู้คน และวัฒนธรรมประเพณี จึงเป็นอีกหนึ่งจุดหมายปลายทางของนักท่องเที่ยวที่ต้องหาโอกาสมาเยือนสักครั้งหนึ่งของชีวิตการเดินทาง 

 

แม่ฮ่องสอนมีภูมิประเทศที่สวยงาม มีความหลากหลายด้านวัฒนธรรม และความหลากหลายของประชากร ไม่ว่าจะเป็นไทใหญ่, กะเหรี่ยง ลาหู่หรือมูเซอ, ลีซูหรือลีซอ, ลัวะ หรือ ละว้า, ม้ง, จีนยูนนาน และปะโอ นับเป็นจังหวัดที่มีสถิติน่าสนใจหลายอย่าง เช่น มีประชากรเบาบางที่สุดในประเทศ, เป็นหนึ่งในจังหวัดที่ยากจนที่สุดแต่กลับมีความสุขอันดับที่หนึ่งของประเทศไทยจากข้อมูลของเอแบคโพลล์ ปัจจัยสำคัญที่ทำให้แม่ฮ่องสอนเป็นเมืองแห่งความสุขเพราะมีสิ่งแวดล้อมทางธรรมชาติที่ดี  วิถีชีวิตที่สงบ  มีความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน  และคดีอาชญากรรมต่ำ

 

ประเพณีและเทศกาลสำคัญ

งานเทศกาลชิมชา
วันที่จัดงาน: เดือนกุมภาพันธ์
สถานที่จัดงาน: หมู่บ้านรักไทย, อำเภอเมือง

 ขอขอบคุณภาพจาก: https://chaloemrat001.wordpress.com/


บริเวณหมู่บ้านรักไทย ผู้คนที่นี่มีอาชีพปลูกชาเป็นหลักมีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศเดินทางขึ้นไปเที่ยวเป็นจำนวนมาก การจัดงานเทศกาลชิมชานี้เพื่อเป็นการสนับสนุนเกษตรกรผู้ปลูกชาและส่งเสริมการท่องเที่ยวของหมู่บ้าน ภายในงานมีการขี่ม้ารอบหมู่บ้าน เที่ยวชมธรรมชาติ ชิมชาชั้นดี ชมการแสดงจากชาวจีนยูนาน และการละเล่นพื้นบ้าน

 

งานประเพณีปอยส่างลอง

วันที่จัดงาน: เดือนมีนาคม - เมษายน
สถานที่จัดงาน: อำเภอเมือง, อำเภอขุนยวม, อำเภอปาย

ภาพจาก: Shutterstock


หรืองานบวชลูกแก้ว ตามแบบฉบับของชาวไทยใหญ่ ซึ่งถือว่าการบรรพชาสามเณรได้กุศลแรงกว่าบวชพระ จึงมักจัดกันอย่างยิ่งใหญ่ ช่วงระหว่างเดือนมีนาคม-พฤษภาคม เด็กที่จะบรรพชาเรียกว่า "ส่างลอง" เมื่อกำหนดจัดงานก็จะโกนผมแต่ไม่โกนคิ้ว (พระภิกษุพม่าไม่โกนคิ้ว) แล้วแต่งกายอย่างสวยงามด้วยเครื่องประดับอันมีค่า เช่น สวมสายสร้อย กำไล แหวน และใช้ผ้าโพกศีรษะแบบพม่า สวมถุงเท้ายาว นุ่งโสร่ง ทาแป้งขาว เขียนคิ้วทาปาก แล้วพาไปขี่ม้า ถ้าไม่มีม้าก็จะขี่คอคน ซึ่งเรียกว่า "พี่เลี้ยง" หรือ "ตะแปส่างลอง" แล้วแห่ไปตามถนนสายต่างๆ มีกลดทองหรือ "ทึคำ" แบบพม่ากั้นกันแดด ปัจจุบันประเพณีได้มีการกำหนดรูปแบบให้เป็นการบรรพชาสามเณรหมู่ เป็นการบรรพชาพร้อมกันเป็นจำนวนมาก จัดขึ้นเป็นประจำทุกปีในช่วงต้นๆ เดือนเมษายนของทุกปี ทำให้ประเพณีปอยส่างลองจังหวัดแม่ฮ่องสอนมีความยิ่งใหญ่ และงดงามเป็นที่น่าสนใจของนักท่องเที่ยว

 

งานประเพณีจองพารา

วันที่จัดงาน: วันออกพรรษา
สถานที่จัดงาน: อำเภอเมือง, อำเภอขุนยวม, อำเภอปาย

 ขอขอบคุณภาพจาก: กรมส่งเสริมวัฒนธรรม


หรืองานประเพณีปอยเหลินสิบเอ็ด คำว่า "จองพารา" เป็นภาษาไทยใหญ่แปลว่า "ปราสาทพระที่สร้างด้วยไม้" คือประเพณีส่วนหนึ่งในงานเทศกาลออกพรรษา การบูชาจองพาราคือ การสร้างปราสาทเพื่อคอยรับเสด็จพระพุทธเจ้าที่จะเสด็จลงมาจากสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ เทศกาลนี้จัดขึ้นในช่วงฤดูฝน วันที่พระจันทร์เต็มดวง ระหว่างวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 11 ถึงวันแรม 8 ค่ำ เดือน 11 ตามจันทรคติ กิจกรรมภายในงานชาวบ้านจะช่วยกันสร้างปราสาทจำลองที่เรียกว่า จองพารา ประดับไว้ตามบริเวณวัดและบ้านเรือนและแห่ขบวนรูปสัตว์ต่างๆ เพื่อแสดงความยินดีที่พระพุทธ เจ้าเสด็จกลับมา

 

งานเทศกาลดอกบัวตองบนดอยแม่อูคอ

งานเทศกาลดอกบัวตองบนดอยแม่อูคอ

วันที่จัดงาน: เดือนพฤศจิกายน
สถานที่จัดงาน: ดอยแม่อูคอ, อำเภอขุนยวม

จัดขึ้นประมาณเดือนพฤศจิกายนของทุกปี "ดอกบัวตอง" เป็นดอกไม้ป่าสีเหลืองคล้ายดอกทานตะวันแต่ขนาดเล็กกว่ามักขึ้นอยู่ตามป่าเขาสูงทางตอนเหนือของประเทศไทยในจังหวัดแม่ฮ่องสอนจะมีมากที่บริเวณบ้านแม่เหาะ อำเภอแม่สะเรียง และดอยแม่อูคอ อำเภอขุนยวม เมื่อถึงระยะที่ดอกบัวตองบานตามริมเส้นทางตลอดจนภูเขาที่สลับซับซ้อนกันอยู่นั้นจะเป็นสีเหลืองสว่างไสวไปด้วยสีของดอกบัวตองดูงดงามมาก จังหวัดแม่ฮ่องสอนจึงได้จัดงานเทศกาลบัวตองบานขึ้นเพื่อเป็นการชมความงามของธรรมชาติ และชมวัฒนธรรมประเพณีของชาวไตและชาวไทยภูเขา โดยจะจัดที่บริเวณอำเภอขุนยวม ภายในงานมีการละเล่นและมหรสพทั้งของพื้นเมืองและร่วมสมัยมีการประกวดธิดาบัวตอง การแสดงศิลปวัฒนธรรมชาวไทยภูเขา การแสดงสินค้าพื้นเมือง การแข่งขันกีฬาชาวดอยฯลฯ ตลอดจนนิทรรศการต่างๆ และการนำเที่ยวชมดอกบัวตองบนดอยแม่อูคอ

 

งานประเพณีลอยกระทงสวรรค์

วันที่จัดงาน: 15 ค่ำ เดือน 12
สถานที่จัดงาน: อำเภอเมือง

ขอขอบคุณภาพจาก: https://www.allthaievent.com/event/18021/


หรืองานประเพณีปอยเหลินสิบสอง จัดขึ้นในวันเพ็ญเดือนสิบสองของทุกปี หนึ่งเดียวในโลก  ลอยกระทงสวรรค์เป็นประเพณีอันดีงามของชาวไทใหญ่ โดยนำกระทงที่จุดประทีปโคมไฟแล้วผูกติดกับลูกโป่งลอยขึ้นไปในอากาศพิธีนี้จัดขึ้นที่วัดพระธาตุดอยกองมู

กระทงสวรรค์ คือ กระทงที่มีการสร้างโดยการสานไม้ไผ่ผิวบางขึ้นรูปทรงกระบอกและใช้กระดาษสีปิดทับ ภายในกระทงจะนำเทียนและลูกหินเล็ก ๆ มาใส่ไว้เป็นตัวถ่วงไม่ให้แกว่งไปมา ขณะลอยขึ้นสู่ท้องฟ้า จากก็จะนำลูกโป่งสวรรค์มาผูกติดแล้วปล่อยให้ลอยขึ้นสู่ท้องฟ้า มีความเชื่อกันว่าการลอยกระทงสวรรค์บนวัดพระธาตุดอยกองมู จะส่งผลให้ชีวิตดีขึ้น ทำมาค้าขายร่ำรวย ส่งผลให้มีคนพากันมาลอยกระทงสวรรค์ทุกปี คนที่ลอยกระทงสวรรค์ส่วนใหญ่จะอธิษฐานให้สิ่งชั่วร้ายอัปมงคลหรือสิ่งที่ไม่ดีในปีนี้จงลอยไปกับกระทง เป็นการสะเดาะเคราะห์ให้ชีวิตตนเองและครอบครัว เพื่อมีแต่ความสุขสมหวังตลอดไป

ข้อมูลสถานที่ท่องเที่ยว

Visitors: 22,147