อำเภอปัว

อำเภอปัว เมืองเล็กๆ ในจังหวัดน่าน ห่างจากตัวเมืองน่านประมาณ 60 กิโลเมตรหรือใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมง เป็นเมืองที่มีความเป็นธรรมชาติสูงมาก วิวสวย อากาศดี ผู้คนน่ารัก มีที่เที่ยวมากมาย เหมาะกับการมาพักผ่อนใช้ชีวิตแบบสโลว์ไลฟ์กันสักคืน สองคืน 

 

คำว่า ปัว เพี้ยนมาจาก พลัว อำเภอปัวเป็นเมืองสีเขียวในหุบที่เต็มไปด้วยแหล่งท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมและธรรมชาติแสนงดงาม เป็นที่อยู่ของผู้คนหลากหลายเชื้อชาติ ทั้งคนไทลื้อ ชาวไทยภูเขาเผ่าม้ง เมี่ยน และลัวะ แต่ประชากรส่วนใหญ่เป็นชาวไทลื้อที่มีประเพณีและวัฒนธรรมเป็นของตนเองโดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องการแต่งกายแบบพื้นบ้านอย่าง เช่น ผ้าทอไทลื้อ ที่สร้างชื่อมาช้านานกลายเป็นเอกลักษณ์อย่างหนึ่งของอำเภอนี้  ในช่วงฤดูทำนาเราจะได้เห็นไร่นาเขียวขจีห้อมล้อมด้วยขุนเขาพร้อมสายหมอกบาง  ในฤดูหนาวก็จะได้สัมผัสกับอากาศหนาวเย็น  

 

แหล่งท่องเที่ยวใน อ.ปัว

1.กาแฟบ้านไทลื้อ – ลำดวนผ้าทอ

ลำดวนผ้าทอเป็นร้านขายของที่ระลึกและผ้าทอไทลื้อ ผ้าทอน้ำไหล ลายโบราณ ชื่อดังแห่งปัว  และมีร้านกาแฟไทลื้อ บรรยากาศโดยรวมของร้านตกแต่งตามสไตล์ของชุมชนชาวไทลื้อผสมล้านนา ที่นี่เป็นร้านกาแฟที่ตั้งอยู่ริมทุ่งนาหลายสิบไร่ และฉากหลังเป็นขุนเขาสีเขียวสุดสายตา ตัวร้านเป็นบ้านไม้หลังใหญ่ ที่มีบาร์บริการเบเกอรี่และเครื่องดื่ม ซึ่งทั่วบริเวณจะมีสะพานไม้เชื่อมเส้นทางพาไปยังมุมสวยและที่นั่งในมุมต่างๆ ส่วนเอกลักษณ์ของที่นี่ก็คือ การนำผ้าทอผืนใหญ่สีสดมาตากแดด ซึ่งเป็นอีกมุมสวยที่ทุกคนต้องมาเก็บภาพ และสามารถซื้อเป็นของฝากติดไม้ติดมือไปให้คนที่บ้านก็ได้เช่นกัน

 

2. ฟาร์มเห็ดบ้านหัวน้ำ

ตั้งอยู่บนเนินเขาของหมู่บ้านหัวน้ำ ลึกเขามาด้านในบรรยากาศสุดเงียบสงบ ตัวร้านแบ่งออกเป็นหลากหลายโซน มีทั้งโรงเพาะเห็ด โซนของฝาก และร้านอาหารสุดชิลล์ เนื่องจากที่นี่คือฟาร์มเห็ดที่ผลิตเชื้อเห็ดที่ใหญ่ทันสมัยและครบวงจรที่สุดแห่งหนึ่งของอำเภอปัวและของจังหวัดน่าน มุมนั่งที่นี่มีทั้งหมดประมาณ 20 กว่าโต๊ะ มีทั้งใต้ถุน ระเบียง และในป่า ซึ่งทุกจุดเราสามารถชมวิวทุ่งนาด้านล่างได้แบบ 180  องศา 

 

3. วัดภูเก็ต

ตั้งอยู่ในตำบลวรนคร อำเภอปัว จังหวัดน่าน เห็นชื่อแล้วอาจจะแปลกใจกันเล็กน้อย ว่าชื่อวัดน่าจะอยู่ในจังหวัดภูเก็ต มากกว่าที่จะอยู่ในจังหวัดน่าน  ซึ่งตามจริงแล้ววัดภูเก็ตตั้งชื่อตามหมู่บ้านที่ชื่อว่า หมู่บ้านเก็ต แต่ด้วยวัดตั้งอยู่บนเนินเขา ซึ่งทางเหนือ เรียกว่า "ดอย" หรือ "ภู" จึงตั้งชื่อว่า "วัดภูเก็ต" หมายถึง วัดบ้านเก็ตที่อยู่บนภู หรือ ดอย 

วัดภูเก็ตถือว่าเป็นวัดที่มีภูมิทัศน์และ วิวที่สวยงาม โดยจุดเด่นของวัดคือ มีระเบียงชมวิวด้านหลังวัดติดกับทุ่งนาที่กว้างไกลพร้อมด้วยฉากหลัง เป็นภูเขาวนอุทยานดอยภูคา ในยามเช้าวัดภูเก็ตเป็นจุดชมวิวพระอาทิตย์ขึ้นที่งดงามอีกแห่งหนึ่ง  ด้านล่างวัดมีแม่น้ำไหลผ่าน ซึ่งเป็นน้ำซับซึมมาจากใต้ดินไหลรินรวมกันเป็นลำธารให้ฝูงปลาและสัตว์น้ำอยู่อาศัย  มีอุโบสถ์ทรงล้านนาประยุกต์ จิตรกรรมฝาผนังสามมิติ เป็นที่ประดิษฐาน "หลวงพ่อแสนปัว" หรือ "หลวงพ่อพุทธเมตตา" ที่ศักดิ์สิทธิ์ ผินพระพักตร์ไปทางทิศตะวันออก

 

4. กลุ่มผ้าทอไทลื้อวัดภูเก็ต

อำเภอปัวถือว่าเป็นอำเภอที่มีชาวไทลื้ออยู่มากที่สุด ชาวไทลื้อมีประเพณีและวัฒนธรรมเป็นของตนเองโดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องการแต่งกายแบบพื้นบ้าน ได้แก่ผ้าทอไทลื้อ  นับว่าเป็นเอกลักษณ์อย่างหนึ่งของอำเภอนี้ ผ้าทอส่วนใหญ่เมื่อทอมาแล้วก็มีการจำหน่ายเป็นผลิตภัณฑ์

กลุ่มผ้าทอไทลื้อวัดภูเก็นจึงมีแนวร่วมกันหลายหลัง ซึ่งกระจายกันทำแบบครบวงจร ทั้งย้อม ออกแบบ จนไปถึงขั้นตอนการทอที่เรียกว่าออแกนิค มาจากธรรมชาติ 100% ซึ่งเอกลักษณ์ของที่นี่ ก็คือลวดลายโบราณที่ถอดมาจากวิถีชีวิตในหมู่บ้านนั่นเอง และถ้าหากใครสนใจก็สามารถซื้อไปเป็นของฝาก

 

5. ฮักนาไทลื้อ & ฮักนากาแฟ

ร้านกาแฟเก๋ไก๋สไตล์ตูบนา หรือกระท่อมปลายนา อยู่ใกล้วัดภูเก็ต เป็นร้านกาแฟที่กำลังมาแรง ใครไปเที่ยวอำเภอปัว ควรไปทั้งวัดภูเก็ต และลงไปชิมกาแฟตูบนาไทลื้อ วิวสวยฟินเวอร์

 

6. อุทยานแห่งชาติดอยภูคา

อุทยานแห่งชาติดอยภูคา มีสภาพพื้นที่เป็นเทือกเขาสูงสลับซับซ้อน ซึ่งมีทิวทัศน์ที่สวยงามตามธรรมชาติ อากาศบริสุทธิ์ โดยเฉพาะ ยอดดอยภูคา มีเมฆปกคลุมตลอดฤดูฝนและฤดูหนาว จึงมีทิวทัศน์ที่สวยงามมาก และที่แห่งนี้เป็นป่าต้นน้ำ ป่าดึกดำบรรพ์ปลายทางหิมาลัย ขุนเขาใต้ทะเล มีดอกชมพูภูคาซึ่งเป็นไม้หายากที่จะบานในราวเดือนกุมภาพันธ์ของทุกปี

 

7. ถนนคนเดินปัว

เปิดทุกวันศุกร์-เสาร์ เริ่มตั้งแต่ช่วงเย็นประมาณ 4 โมง ยาวไปถึงตอน 3 ทุ่ม ถนนคนเดินแห่งนี้ตั้งอยู่บริเวณสามแยกหน้าวัดปรางค์ ซึ่งเป็นถนนคนเดินขนาดเล็กๆ แยกออกเป็นสามทาง ความยาวประมาณ 100 เมตร มีลานขันโตกให้นั่งกินอาหาร พร้อมชมโชว์จากชาวบ้านที่สลับหมุนเวียนตลอดทั้งคืน

 

Visitors: 78,283